วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ครังที่11

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11
การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20
วันที่ 28 เดือนตุลาคม พ.ศ.2557

      เริ่มต้นชั่วโมง อาจารย์กล่าวถึง พื้นฐานของวิทยาศทสตร์
แนวคิดพื้นฐานที่ว่า ทุกสิ่งบนโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และความแตกต่างย่อมลแต่มีความแตกต่างกันหรือไม่ก็คล้ายคลึงกัน โดยอาศัยการปรับตัวและการพึงพาอาศัยกัน เพื่อให้เกิดความสมดุล

เทคนิคการสอน
      เป็นการสอนที่สอนเด็กๆแบบไม่ชี้แนะแนวทางหรือบอกรายละเอียดกับเด็กก่อนแต่คุณครูจะปลอยให้เด็กๆตั้งคำถามขึ้นก่อน เช่น ทำไม อย่างไร เพื่อเป็นการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เกิดกระบวนกาารคิด การตั้งคำถาม และทักษะการสังเกต การคาดคะเน และการตั้งสมมติฐาน

กิจกรรมและสิ่งที่ได้รับในการเรียนวันนี้

กิจกรรมที่ 1 ทำไมไฟถึงดับ


        ทำไมไฟถึงดับ  เพราะ อากาศที่จะทำให้เกิดการลุกไหม้หมดไป ไฟก็เลยดับ
*อากาศ สิ่งมีชีวิตใช้ออกซิเจนในการหายใจ พืชใช้คาร์บอนไดออกไซน์ในการหายใจเพื่อนำไปสังเคราะห์แสง

กิจกรรมที่ 2 นำกระดาษรูปดอกไม้ลอยน้ำ


จากการทดลองสังเกตได้ว่า
      การที่นำกระดาษไปลอยน้ำทำให้กระดาษคลี่ขึ้นนั้นเนื่องจาก การที่น้ำซึมเข้าไปในกระดาษทำให้น้ำเข้าไปแทนที่ตรงที่ว่างของกระดาษ ทำให้กระดาษค่อยๆคลี่ออก สังเกตได้ว่า เริ่มจากการทดลองน้ำที่ใช้ในการทดลองเต็มตู้แก้วอยู่ แต่หลังจากการทดลองน้ำในตู้ค่อยๆลดลง เนื่องจากน้ำบางส่วนนั้นได้ซึมเข้าสู่กระดาษดอกไม่ที่นักศึกษาได้นำไปทดลองนั่นเอง

กิจกรรมที่ 3 การไหลของน้ำจากที่สูงลงที่ต่ำ



จากการทดลองสังเกตได้ว่า 
    หากเรานำขวดน้ำกับสายยางให้อยู่ในระดับเดียวกันน้ำจะไหลช้าและอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่ถ้าหากเราวางขวดน้ำไว้สูงกว่าระดับสายยางน้ำก็จะไหลเร็วและพุ่งสูงขึ้น เพราะยิ่งน้ำวางอยู่สูงแรงดันก็จะยิ่งมาก

กิจกรรมที่ 4 ดินน้ำมันลอยน้ำ



จากการทดลองสังเกตได้ว่า
     ดินน้ำำมันที่อาจารย์ให้นำมาปั้นเป็นรูปกลมๆกับรูปแบนๆ ดินน้ำมันที่ปั้นเป็นรูปกลมๆนั้นจะจมน้ำ แต่ดินน้ำมันที่ปั้นเป็นรูปแบนๆจะลอยน้ำบางอันเท่านั้น ชิ้นที่ลอยน้ำนั้นจะปั้นเป็นรูปแบนๆแล้วมีขอบจะไม่จม แต่ชิ้นที่ปั้นเป็นรูปแบนกว้างเลยจะจมน้ำ  
สาเหตุ ที่ดินน้ำมันจมน้ำเพราะดินน้ำมันมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ

การประเมิน

ประเมินตนเอง 
     ตั้งใจเรียน จดบันทึกและรับฟังการเรียนการสอน แต่กายถูกระเบียบเรียบร้อย และร่วมกิจกรรมการทดลองที่อาจารย์นำมาสอนเป็นอย่างดี

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียน ร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ แต่งกายถูกระเบียบข้องตกลงของห้อง 

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีเทคนิคการสอนแบบให้นักศึกษาร่วมกันคิดก่อนที่อาจารย์จะอธิบายแนวทาง หรือข้อถูกต้องเพื่อให้นักศึกษาได้เกิดกระบวนการคิด และอาจารย์ได้นำการทดลองต่างๆเพื่อให้นักศึกษาได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นของจริงไม่ใช่แค่ทฤษฏี


ครั้งที่10

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10
การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20
วันที่ 21 เดือนตุลาคม พ.ศ.2557

สิ่งที่ได้รับ
         เริ่มต้นการเรียนโดยการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ของเพื่อนที่ยังไม่ได้นำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งสิ่งประดิษฐ์ของดิฉัน ได้นำเสนอสิ่งประดิษฐ์เรียกว่าฝาน้ำหมุนวน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์คือ สามารถหมุนได้เพราะเกิดจากความสมดุลของฝาขวดน้ำทั้งด้านทำให้สื่อของเราสามารถหมุนได้

ภาพตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ของดิฉัน


         หลังจากที่นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์เสร็จ  อาจารย์ก็ได้เริ่มเข้าสู่การสอนการเขียนแผนการเรียนซึ่งนักศึกษาอาจจะทำมาแบบยังผิดๆถูกๆอยู่แต่อาจารย์ก็ได้อธิบาย รายละเอียดเเละเทคนิคทักษะการเขียนแผนให้กับนักศึกษาอย่างละเอียด และมอบหมายงานเรื่องการเขียนแผนการเรียนรู้ของเเต่ละกลุ่ม แล้วนำมาส่งในสัปดาห์หน้า

เทคนิคการสอน
    อาจารย์ให้นักศึกษาอธิบายว่าของเล่นที่เราทำมาเป็นวิทยาศาสตร์อย่างไร เป็นการฝึกว่าถ้าเด็กถามเราว่า สมมุติว่าเป็นเรือ เด็กอาจจะถามเราว่าทำไมเรือถึงลอยน้ำ เราจะได้ตอบเด็กๆว่าเพราะเกิดจากแรงลอยตัวหรือแรงพยุงซึ่ง ความหนาแน่นของเรื่อน้อยกว่าความหนาแน่นของน้ำ เป็นต้น โดยอาจารย์จะถามเราก่อนว่าของล่นที่เรานำมานำเสนอนั้น เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร คำตอบจะถูกจะผิด อาจารย์จะเป็นคนชี้แนะเพิ่มรู้ให้นักศึกษารู้ถึงแนวทางแก้ไข หรือความรู้เพิ่มเติม...

ความรู้ที่ได้รับ
      ได้รู้ถึงเทคต่างๆในการประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ และของเล่นวิทยาศาสตร์บางชิ้นที่เราไม่เคยเห็นและไม่รู้จักมาก่อนจากเพื่อนๆของเรา สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและอนาคตได้อีกด้วย

ประเมินตนเอง 
 เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย   และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินครูผู้สอน  
ครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา  


วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ครั้งที่9

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20

วันที่ 14 เดือนตุลาคม พ.ศ.2557
สิ่งประดิษฐ์วิทยาสาสตร์ 

นางสาว มณีรัตน์ สายสังข์

  

เสียงแตปู๊นปู๊น

อุปกรณ์ < เหลือใช้ >

1.ขวดน้ำ
2.แก้วพลาสติก
3.ถ้วยโยเกริต์

อุปกรณ์  

1.กรรไกร
2.คัตเตอร์
3.เทปกาวห่อวัสดุ   

วิธีการทำ 

1.ตัดก้นของขวดน้ำออก

2.ตัดถ้วยโยเกริต์ออกครึ่งจากนั้นเอาถ้วยโยเกริต์ที่ตัดไว้มาครอบใส่
กับขวดน้ำและก็เอาเทปกาวออกมากันติดให้รอบติดให้แน่นๆ

3.เจาะก้นแก้วพลาสติกออกให้โล่งแล้วเอามาสวมใส่กับขวดที่ตัดไว้อยู่แล้ว 
จากนั้นก็เอาเทผกาวมาพันติดรอบๆ ติดให้แน่นๆ
 
4.ตัดลูกโปร่งออกครึ่งนึงแล้วจากนั้นก็เอามาครอบใส่ปากถ้วยโยเกริต์ดึงให้ตึง 
 
5.สุดท้ายให้เจาะรูตรงใกล้ๆกับปากถ้วยโยเกริต์โดยเจาะให้เป็นรูเล็กๆ 
จะเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้พอเราเปามันก็จะเกิดเสียง



สื่อวิทยาศาสตร์ของเพื่อน 

 สื่อ:ไหมพรมเต้นระบำ


สื่อ:วงล้อหลากสี


สื่อ:ร่มชูชีพ


สื่อ:การทรงตัว การสมดุล


สื่อ:ลูกโป่งลอยฟ้า


ประเมินตนเอง

 เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกต้องเรียบร้อย ตั้งใจฟังสื่อที่เพื่อนออกมาพรีเซนต์

ประเมินเพื่อน

 เพื่อนแต่งกายถูกต้องเรียบร้อย เพื่อนทุกคนตั้งใจนำเสนอสื่อที่อาจารย์ให้นำมาพรีเซนต์หน้าห้อง

ประเมินอาจารย์


 อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีการเตรียมการสอนมาดีทุกครั้ง อาจารย์จะมีข้อ
เสนอแนะเมื่อเพื่อนๆพรีเซนต์สื่อวิทยาศาสตร์เสร็จทุกครั้ง

ครั้งที่8

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20

วันที่ 7 เดือนตุลาคม พ.ศ.2557


****สัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอน****

 เนื่องจากเป็นสัปดาห์ของการสอบกลางภาค


ครั้งที่7

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20

วันที่ 30 เดือนกันยายน พ.ศ.2557
               
           เริ่มต้นชั่วโมงเรียน ด้วยการผลิต กังหันหมุนแล้วให้นนักศึกษา ออกไปโยสิ่งประดิษฐ์ ของตน
แล้วสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ความแตกต่างของผลงานของแต่ละคน 
กิจกรรมนี้สามารถบูรณาการเข้ากับรายวิชาศิลปะสร้างสรรค์ได้  
ลม คือ แรงกระทบกับอากาศทำให้อากาศเคลื่อนที่หรื่อที่เรียกอีกอย่างอากาศที่เคลื่อนที่



การประดิษฐ์ชิ้นที่ 2 แกนทิชชู





ขั้นตอนการประดิษฐ์

1 นำกระดาษที่ได้มาพับครึ่ง  แล้วนำกรรไกรมาตัดเป็นแนวตรงยาวให้ชิดกับรอยพับครึ่งของกรรไกร
2 พับส่วนบนของกระดาษเข้ามา  1 เซนติเมตร
3 นำคลิปหนีบกระดาษมาหนีบไว้ด้านที่พับส่วนบนเข้ามา  จากนั้นกางปีกส่วนที่โดนตัดออกไปคนละด้าน    กัน
4 นำมาทดลองเล่น  โดยการโยนและทำให้กระดาษหมุน
นำเสนอบทความ

1. นางสาวจิราวรรณ นวลโฉม
เรื่อง ฝึกลูกให้คิดแบบวิทยาศาสตร์
วิธีฝึก การสอนแบบใช้ 5 E
1.การมีส่วนร่วม
2.ขั้นการสำรวจ ให้ค้นคว้าสิ่งต่างๆด้วยตนเอง
3.ขั้นอธิบาย  ให้ลูกวิเคราะห์อธิบายขั้นที่ผ่านมาตามความเข้าใจ
4.ขั้นรละเอียด ให้เด็กได้เชื่อมโยงความรู้ และขยายความรู้ที่ได้เรียนรู้มา
5.ขั้นนประเมิน ให้เด็กประเมินนตนที่ผ่านมาอย่างเป็นไปแบบมีเหตุมีผล

2.นางสาวแอนนา ชาวสวน
เรื่อง วิทยาศาสตร์เรียนนรู้จากไก่และเป็ด
เป็นความแบบสืบเสาะ โดยให้เด็กรู้จักสังเกตเปรียบเทียบข้อมูลทั้งเป็ดและไก่แล้วนำมาเปรียบเทียบข้อเหมือนและข้อแตกต่าง ระหว่างไก่และเป็ด และให้เด็กออกมาสรุปเอง ผ่านสิ่งประดิษฐ์ที่เด็กประดิษฐ์ขึ้นมาเองทั้งเป็ดและไก่  การที่ให้เด็กสังเกตนอกสถานที่ จะทำให้เด็กได้รับทั้งประสบการณ์และได้สัมผัสกับสิ่งที่เขาได้ทดลองเรียนนรู้ที่เป็นของจริง

3.นางสาวชนิดา บุญนาโค
เรื่อง ให้เด็กมีความสนุกสนานในการเรียนนรู้วิทยาศาสตร์อย่างไร
  • สร้างเจตคติที่ดีให้กับเด็ก 
  • ให้เด็กสังเกตและทดลองจริง
  • บูรณาการวิทาศาสตร์เข้ากับรายวิชาอื่นๆ
  • เปลี่ยนบรรยากาศพาเด็กไปสำรวจ
  • ให้เด้กประดิษฐ์ชิ้นงาน
  • พาเด็กไปชมนิทรรศการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
  • นำนิทานมาสอดแทรกเนื้อหาวิทยาศาสตร์
  • ให้เด็กจัดนิทรรศการเอง
4.นางสาวสรวงกมล สุเทวี
เรื่อง หลักสูตรวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์มีความจำเป็นต่อเด็ก เพราะวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ ได้ทดลอง การหาเหตุผลด้วยตนเอง เพราะวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก หลักสูตร คือ มวลประสบการณ์ที่เราจัดให้กับเด็กที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

5.นางสาวณัชลิตา สุวรรณมณี
คุณครูหรือผู้ปกครองไม่ควรปิดกั้นการตั้งคำถามของเด็ก และกระบวนการคิดผ่านโครงงาน กระบวนการคิดของเด็กในเมืองกับเด็กชนบทจะแตกต่างกันเนื่องจาก สภาพแวดล้อม เนื้อหาข้อมูล ความเป็นอยู่ เป็นต้น


เทคนิคการสอนของอาจารย์
อาจาร์ยผู้สอนให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดแบบอิสระ  ให้เด็กได้คิด  และทำตามจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบภาพการ์ตูน  และการเล่นอย่างไรให้สิ่งของเคลื่อนไหวได้  สิ่งที่เด็กจะได้ ได้ฝึกการสังเกต  และลงมือประดิษฐ์เอง โดยมีอาจาร์ยผู้สอนให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ


การนำไปประยุกต์ใช้
     สามารถนำกิจกรรมงานประดิษฐ์ที่ครูสอนไปใช้ในการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยในอนาคต   และสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมศิลปะ   วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์   เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว  แรงดึง  เเรงดัน   จะทำให้เด็กมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ไปในตัว  และได้ปฏิบัติงานด้วยตนเอง



ประเมินตนเอง 
ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย   และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน
ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินครูผู้สอน  
อาจารย์สอนเข้าใจง่าย   เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา   และ power point  มีความสวยงามดูแล้วไม่ลายตา เนื้อหาเข้าใจได้ง่าย ชัดเจนค่ะ

ครั้งที่6

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20

วันที่ 23 เดือนกันยายน พ.ศ.2557

วันนี้อาจารย์ติชม เรื่องบล็อกเกอร์ บอกถึงข้อตกลงของบล็อกให้นักศึกษาทำตามข้อตกลงด้วย
สิ่งที่ได้รับและรายละเอียดการเรียนในวันนี้
วิธีการเรียนรู้คือ การลงมือทำ การปฎิบัติ
เด็กเรียนนรุ้โดยเด็กลงมือกระทำเองหรือเรียกอีกอย่างว่า วิธีการเรียนรู้  (How to Learn)



ข้อคิด กระจกยิ่งทำมุมกว้าง ยิ่งเห็นวัตถุน้อย ยิ่งทำมุมแคบ ยิ่งเห็นวัตถุได้มาก

รายวิชาเสริมประสบการณ์
- กาย = สุขภาพ ประสาทสัมผัสของกล้ามเื้อกับอวัยวะ
- อารมณ์ = การแสดงออกทางความรู้สึก
- สังคม = การมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น การช่วยเหลือตนเอง
- สติปัญญา = การคิด การสื่อสาร

กิจกรรมวันนี้

 กิจกรรมการหมุนภาพทำให้เกิดภาพซ้อน




                                                          ด้านหน้า                               ด้านหลัง


กิจกรรมนี้ เป็นการประดิษฐ์ของเล่นง่ายๆที่สามารถนำไปบูรณาการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับรายวิชาศิลปะก็ได้



กิจกรรมนี้ อาจารณ์ได้แจกนักศึกษาไว้ และนำมาใช้ประดิษฐ์ในสัปดาห์ถัดไป


หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ก็เป็นการนำเสนอบทความของเพื่อน
คนที่ 1 นางสาววิรัญดา ขยันงาม

การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับพืชต่างๆ พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมเรียนรู้ให้เด็กง่ายๆจากกิจวัตรประจำวัน หรือสิ่งแวดล้้อมรอบตัว เช่น การเข้าครัวทำอาหารที่เกี่ยวกับผัก เด็กก็จะได้เรียนรู้ไปในตัว ว่าผักชนิดนั้นที่เขาช่วยคุณแม่ล้างเป็นผักอะไร มีประโยชน์ อย่างไร นอกจากเด็กได้เรียนรู้เกี่ยวผักแล้วยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวอีกด้วย

คนที่ 2 นางสาวอรุณจิตร หาญห้าว

นิทานมีส่วนช่วยในการเรียนรู้คือ มีรูปภาพ เนื้อหาไม่เยอะจนเกินไป ฟังง่าย สั้นๆกระชับ เรามักจะนำเนื้อหาความรู้ สอดแทรกผ่านการเล่านิทาน 
การร้องเพลง ลักษณะของเพลงต้องมีจังหวะ ทำนอง ฉะนั้นการเล่านิทานจึงง่ายกว่าการร้องเพลงประกอบเนื้อหาแต่ถ้ามองในความชอบของเด็ก เด็กจะชอบการเล่าเนื้อหา ประกอบเพลงมากกว่า

คนที่ 3 นางสาวณัฐิดา รัตนชัย

เรื่องแนวทางสอนคิด เติมวิทย์ ให้เด็กอนุบาล
ดร.วรนาท รักสกุลไท นักการศึกษาปฐมวัยผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า  เราคงทราบดีกันอยู่เเล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเพียงใด แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนต่างหากที่จะทำให้เด็กสนใจสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียรู้ ได้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กรวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีสูงในด็กวัยนี้

คนที่ 4 นางสาวอนิทิมล เสมมา 

เรื่อง การทดลองวิทยาศาสตร์สนุกๆกับคุณหนูๆ
การทดลองวิทาศาสตร์สำหรับเด็กยังช่วยฝึกให้ลูกน้อยเพิ่มทักษะความรู้ เกี่ยวกับการสังเกตและการค้นคว้าหาคำตอบด้วยเหตุและผล ทักษะการมอง ทักษะการฟัง  ทักษะการดม ทักษะการลิ้มรสช่วย ทักษะการสัมผัส เป็นต้น

หลังจากที่เพื่อนๆนำเสนอบทความเสร็จอาจารย์ก็ตรวจและแสดงความคิดเห็น mind map งานกลุ่มของแต่ละกลุ่ม
       

ศึกษาเพิ่มเติม

ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rouseeau ) “เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว” การให้การศึกษาแก่เด็กทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กเสียก่อน


การทำงานของสมองคือ

         อยู่ภายในกะโหลกศีรษะ แบ่งเป็น 3 ตอน คือ สมองส่วนหน้า (Forebrain) สมองส่วนกลาง (Midbrain) และสมองส่วนท้าย (hindbrain) สมองในสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูงจะมีวิวัฒนาการไปมากโดยเฉพาะส่วนหน้าจะมีขนาดใหญ่และซับซ้อนขึ้น แต่สมองส่วนกลางจะค่อย ๆ เล็กลงเพราะจะลดความสำคัญลงไป

สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ปลาและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สมองส่วนนี้ทำหน้าที่เพียงรับสัญญาณการดมกลิ่นจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 ส่วนสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูง ส่วนที่เรียกว่า Cerebrum จะควบคุมการใช้ความคิดความจำ การใช้เหตุผล การแปรหรือรับความรู้สึกชนิดต่าง ๆ เป็นศูนย์ควบคุมการเคลื่อนไหว การมองเห็นและการได้ยินเสียง Cerebrum มีร่องลึกหรือรอยบุ๋มมากมายเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ที่เรียกว่า convolution ส่วนท้ายของสมองส่วนหน้าแยกเป็น ธาลามัส (thalamus) และไฮโปธาลามัส (hypothalamus) ธาลามัสทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณความรู้สึกที่มาจากไขสันหลังและสมองเพื่อส่งไปยังส่วนหน้าสุดของซีรีบรัม ไฮโปธาลามัสอยู่ใต้ธาลามัสติดกับต่อมใต้สมอง (pituitary grand) ทำหน้าที่ควบคุมการนอนหลับ การกิน การกระหายน้ำ การหนีภัย การค่อสู้ การรักษาสมดุลของร่างกาย รวมทั้งการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย และพฤติกรรมทางเพศ

สมองส่วนกลาง (Midbrain)
สัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นต่ำ สมองส่วนนี้เป็นศูนย์กลางของการมองเห็น สัตว์เลื้อยคลานกับนก ทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณการมองเห็นไปยังซีรีบรัม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นเพียงสถานีถ่ายทอดสัญญาณระหว่างสมองส่วนท้ายและสมองส่วนหน้า และระหว่างตากับสมองส่วนหน้า

สมองส่วนท้าย (Hindbrain)
ประกอบด้วยซีรีบรัม (cerebellum) เมดุลลาออบลองกาตา (medulla oblongata) และ พอนส์ (pons) ซีรีบลัมมีหน้าที่หลักในการควบคุมการทรงตัว ควบคุมและประสานงานการเคลื่อนไหว พอนส์ควบคุมการเคี้ยวและกลืน เมดุลลาออบลองกาตาทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ควบคุมการหายใจ การเต้นของหัวใจ เป็นต้น

ครั้งที่5

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่ม 103 วันอังคาร 08:30-12:20

วันที่ 16 เดือนกันยายน พ.ศ.2557

   
          เริ่มต้นชั่วโมงเรียน อาจารย์เปิดเพลงให้ฟังเกี่ยวกับเพลง วิทยาศาสตร์ พอเพลงจบ    อาจารย์ได้ถามเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรเพราะนักศึกษาไม่ได้ตั้งใจฟัง ทำให้ฟังเพลงไม่รู้เรื่อง เสียงที่คุยกันดังกว่าเสียงเพลงที่อาจารย์เปิดทำให้นักศึกษาไม่เข้าใจเนื้อหาของเพลงไม่เข้าใจเพลงที่อาจารย์เปิดสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เกิดประโยชน์ต่อนักศึกษาเพราะทำให้นักศึกษาไม่เข้าใจ ควรปรับปรุงแก้ไขคือควรตั้งใจฟังเพลงให้จบ แล้วจับใจความเนื้อหาของเพลง ว่าอาจารย์ต้องการจะสื่ออะไรกับนักศึกษาแล้วนำมาตอบคำถามในห้องเรียน
บทความของเพื่อน

 1.การสอนเรื่องปรากฎการณ์ธรรมมีความสำคัญอย่างไร
 2.วิทยาศาสตร์กับเด็กปฐมวัย
ทักษะที่ได้รับ

- การเรียงลำดับ
- การจำแนก
- การสังเกต
สาระที่เด็กควรเรียนร
- เรื่องราวเกี่ยวกับคนและสถานที่และสิ่งแวดล้อม- ธรรมชาติรอบตัว- สิ่งต่างๆรอบตัวเรา


ความลับของแสง < The Secret of Light >

   แสงมีความสำคัญกับตัวเรามากเพราะแสงช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ซึ่งจะเป็นคลื่นชนิดหนึ่งที่สั้นและยาว แสงยังเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที ถ้าวิ่งได้เร็วเท่าแสงจะวิ่งได้ 7 รอบต่อวินาทีแสงยังช่วยในการมองเห็นของรอบตัวเราได้เพราะแสงส่องสว่างลงมากระทบวัตถุหนึ่งต่อวัตถุหนึ่งทำให้เรามองเห็นสิ่งของได้
 การเคลื่อนที่ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที วิ่งรอบโลก 7 รอบต่อวินาที
ประเภทของวัตถุ
- วัตถุโปร่งแสง
- วัตถุโปร่งใส
- วัตถุทึบแสง
คุณสมบัติ
- การหักเหของแสง
- การเดินทางของแสงเป็นเส้นตรง
- การสะท้อนของแสง
ประโยชน์
 - กล้องส่องทางไกล , ทำกล้องฉาพภาพ
 -  ทำให้มองเห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดขึ้น
-  ขยายภาพ การจุดไฟ

ประเมินตนเอง
  คุยกันในห้องทำให้อาจารย์สร้างสถานการณ์ขึ้นมา ไม่ค่อยตั้งใจฟังเพลงที่อาจารย์เปิดแต่ตั้งใจฟังเพื่อนอ่านบทความ
ประเมินเพื่อน
 เพื่อนคุยกันในขณะที่อาจารย์เปิดเพลง ทำให้อาจารย์สร้างสถานการณ์ขึ้นมาแต่เพื่อนบางกลุ่มก็ตั้งใจฟังเพลงฟังอาจารย์
ประเมินอาจารย์ อาจารย์มีเพลงมาเปิดให้ก่อนเรียนแต่นักศึกษาไม่ตั้งใจฟังอาจารย์ได้ยกสถานการณ์ขึ้นมาและอาจารย์มีธุระให้ไปดูวีดีโอความลับของแสง